ฮือฮา! หลักกิโลแฝดให้โชค งวดหน้าเซียนหวยรอลุ้นต่อ

พบหลักกิโลเมตรแฝดให้โชค เลขประจำหลักตรงกับรางวัลเลขท้าย 2 ตัว งวดประจำวันที่ 1 มีนาคมที่ผ่านมา วันที่ 6 มีนาคม 2560 ที่ จ.ชัยนาทผู้สื่อข่าวรายงานว่า พบหลักบอกระยะทาง หรือหลักกิโลเมตรที่แปลกไม่เหมือนใคร คือเป็นหลักกิโลเมตรแฝด และที่สำคัญเป็นหลักกิโลที่ให้โชค เพราะเลขประจำหลัก ตรงกับรางวัลเลขท้าย 2 ตัว งวดประจำวันที่ 1 มีนาคมที่ผ่านมาด้วย

ทีมข่าวของเรารายงานว่า ที่บริเวณจุดกลับรถหน้าสวนนกชัยนาท บนทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน พื้นที่ ต.เขาท่าพระ อ.เมืองชัยนาท มีหลักกิโลเมตรที่มีความแปลกตั้งอยู่ เพราะเป็นหลักกิโลเมตรแฝด หรือมี 2 หลักตั้งอยู่คู่กัน ในจุดเดียวกัน สร้างความฮือฮาและแปลกใจแก่ผู้ที่พบเห็น หลายคนบอกว่าขับรถผ่านจุดนี้มานานหลายปีแต่ก็ไม่ค่อยได้สังเกตเห็นความพิเศษนี้ จนกระทั่งมีการพูดคุยกันในกลุ่มโลกออนไลน์ ทำให้ขับรถมาดูซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องที่แปลกและน่าสนใจ ทำให้ต้องถ่ายรูปไว้อวดเพื่อน ๆ ว่ามาดูด้วยตัวเองแล้ว

แต่ความพิเศษของหลักกิโลเมตรจุดนี้ไม่ได้มีเพียงแค่การเป็นหลักแฝดเท่านั้น เพราะหลักกิโลเมตรทั้งคู่นี้มีเลขประจำหลักกิโลเมตรที่ไปตรงกับรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลด้วยคือ เป็นหลักกิโลเมตรที่ 278 ที่ไปตรงกับรางวัลเลขท้าย 2 ตัว ที่ออก 78 ในงวดประจำวันที่ 1 มีนาคม 2560 ที่ผ่านมา ยิ่งสร้างความฮือฮามากยิ่งขึ้น เพราะคอหวยจำนวนมากหวังจะนำเลขที่อยู่บนหลักกิโลเมตรแฝดนี้ไปเสี่ยงโชคด้วย เพราะยังมีตัวเลขอีก 2 ชุดคือ 22 และ 44 ซึ่งคงต้องลุ้นกันในงวดต่อไปว่า หลักกิโลเมตรแฝดจะให้โชคอีกหรือไม่

กทม.จ่อรื้อบ้านชุมชนป้อมมหากาฬ 6 มี.ค.นี้

กรุงเทพมหานครรื้อบ้าน1หลัง ในชุมชนป้อมมหากาฬเป็นไปอย่างราบรื่น เตรียมรื้ออีก 10 หลัง 6 มี.ค.นี้ วันนี้(4 มี.ค.) เจ้าหน้าที่กทม.ได้ดำเนินการรื้อถอนบ้านเลขที่ 203 ซึ่งตั้งอยู่บริเวณทิศใต้ของชุมชนป้อมมหากาฬ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ติดกับคลองโอ่งอ่าง โดยเป็นบ้านที่เคยเกิดกรณีถกเถียงเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2559 ที่ผ่านมาเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้เข้ารื้อถอนโดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้า ทำให้ชาวบ้านออกมาคัดค้านจนต้องยุติการรื้อในที่สุด

สำหรับการรื้อถอนบ้านหลังดังกล่าวในวันนี้เป็นไปอย่างราบรื่น เนื่องจากมีการพูดคุยตกลงกับชุมชนไว้ล่วงหน้าแล้ว โดยภายหลังการรื้อถอนเสร็จสิ้น ชิ้นส่วนที่ถูกรื้อได้นำลำเลียงลงเรือเล็กของสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร ล่องตามคลองโอ่งอ่างเพื่อจัดเก็บไว้บริเวณสวนสาธารณะที่ติดกับชุมชนป้อมมหากาฬ นายพรเทพ บูรณะบุรีเดช รองประธานชุมชนป้อมมหากาฬ เปิดเผยว่า การดำเนินการครั้งนี้ ทางชุมชนไม่ได้ขัดขืน เพราะมีการตกลงกันในเบื้องต้นโดยมีทหารเป็นสื่อกลาง และในวันจันทร์ที่ 6 มีนาคม กทม.มีแผนการรื้อถอนบ้าน 10 หลังตามประกาศ ทางชุมชนจะขอให้มีการเจรจา และตรวจสอบจำนวนบ้านที่จะถูกรื้ออีกครั้ง เนื่องจากในจำนวน 10 หลังนี้ มีเจ้าบ้าน 3-4 หลังที่ไม่ได้สมัครใจตามที่กทม.กล่าวอ้างแต่อย่างใด

ทั้งนี้ สถานการณ์โดยรวมในวันนี้เป็นไปอย่างราบรื่น ไม่มีเหตุรุนแรง หรือการขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่กทม.

ราคาเท่าบ้าน 1 หลัง โคราชจัดแสดง ‘กุ้งเครฟิช’ ราคา 1 ล้านบาท

จังหวัดนครราชสีมาจัดงานมหกรรมประกวดกุ้งเครฟิชการกุศล พร้อมโชว์กุ้งราคา 1 ล้านบาท มีประชาชนสนใจร่วมงานจำนวนมาก ที่บริเวณลานพระอาทิตย์ ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ นครราชสีมา กลุ่ม “CRAYFISH O.M.G.” เปิดโลก “กุ้งเครฟิช” หรือ “กุ้งสวยงาม” ได้จัดงาน “CRAYFISH BIG SURPRISE”

โดยมีนายณรงค์ วุ่นซิ้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานเปิดงาน และมีประชาชนร่วมงานเป็นจำนวนมาก ซึ่งมีไฮไลท์ของงานได้มีการโชว์กุ้งค่าตัวแพงหลัก 100,000 บาท ถึง 1 ล้านบาท ประกวดกุ้งเครฟิชสายพันธุ์เนื้อ พร้อมบูธกุ้งสายพันธุ์ต่างๆ ประมูลกุ้งจากฟาร์มต่างๆ เพื่อการกุศลและบูธอุปกรณ์เลี้ยงกุ้ง พร้อมกิจกรรมเทิดพระเกียรติรัชกาลที่ 9 โดยงานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-5 มีนาคม 2560โดยภายในงาน มีการประกวดกุ้งเครฟิช ที่เป็นสายพันธุ์เนื้อ หรือที่เรียกว่าสาย C (Cherax) คือ กุ้งก้ามแดง, อดิบัส, เดสครัทเตอร์ และบลูเพิล และการประกวดกุ้งสวยงาม หรือที่เรียกว่าสาย P (Procambarus clarkia) คือ สโนว์, ไบร์ทออเร้น, บลูอัลเลนี่, เรจเจแปน และการประกวดกุ้งประเภทโกส และโกสด่าง เพื่อชิงถ้วยรางวัลจากแม่ทัพภาคที่ 2, ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา, เดอะมอลล์โคราช, เทศบาลฯ, องค์การบริหารส่วนจังหวัดฯ, หอการค้าฯ, บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด, นายวัชรพล โตมรศักดิ์ และเทศบาลตำบลหัวทะเล พร้อมเกียรติบัตรและเงินสดมูลค่ากว่า 100,000 บาท

นอกจากนั้นภายในงานยังมีกิจกรรมเทิดพระเกียรติ “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช” ที่เป็นผู้นำกุ้งก้ามแดงเข้ามาในประเทศไทยเป็นคนแรก, กิจกรรมให้ความรู้เรื่องเกี่ยวกับการเลี้ยงกุ้งก้ามแดงอย่างถูกวิธี,และไฮไลท์ภายในงานคือการนำกุ้งที่มีค่าตัวแพงหลัก 100,000 บาท ถึง 1 ล้านบาท มาจัดแสดงเพื่อให้ผู้ที่สนใจได้ชมอย่างใกล้ชิด นอกจากนั้นภายในงานยังมีการเปิดบูทนำ “กุ้งก้ามแดง”หรือที่เรียกกันว่า “ล็อบเตอร์น้ำจืด” มาประกอบเมนูอาหารต่างๆ ในราคาย่อมเยาที่ทุกคนสามารถที่จะซื้อรับประทานได้ พร้อมกับมีที่นั่งบรรยากาศฟังดนตรีบรรเลงเบาๆ แบบเป็นกันเองอีกด้วย

พระลูกวัดพระธรรมกายยืนยัน ไม่นำปมคนเสียชีวิตมาสร้างกระแส

พระลูกวัดพระธรรมกาย ยืนยันไม่นำเรื่องการเสียชีวิตมาสร้างกระแสอย่างแน่นอน พร้อมเข้าพบเจ้าหน้าที่หากมีหมายเรียก

พระปลัดเสกสรรค์ อัตตทโม พระลูกวัดพระธรรมกาย ยืนยันว่าทางวัดไม่ได้นำเรื่องกรณีการเสียชีวิตมาสร้างกระแสอย่างแน่นอน พร้อมร้องขอความยุติธรรมให้กับผู้เสียชีวิต หลังทหารและดีเอสไอ ให้ข้อมูลไม่ตรงกัน นอกจากนี้ศิษยานุศิษย์ ได้แสดงความกังวลใจถึงการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หลังพบว่า ร้อยโทธีรนิติ วิริยะกิจติ เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ซึ่งเป็นบุคคลที่อยู่ในเหตุการชุมมุลที่บริเวณประตู 5 เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา จึงมีความกังวลใจว่าจะใช้กำลังกับศิษยานุศิษย์ พร้อมกล่าวคำชื่นชมถึงวิธีการปฏิบัติตัวของพันเอกธวัชชัย วรรณดิลก เสนาธิการกรมทหารปืนใหญ่ที่ 2 รักษาพระองค์ และขอวอนให้เจ้าหน้าที่ดีเอสไอนำไปเป็นตัวอย่าง

ส่วนกรณีที่เมื่อวานนี้ ดีเอสไอได้เดินทางเข้าขอพูดคุยกับตนเอง ส่วนตัวมองว่าการเดินทางเข้ามาพูดคุยนั้นมีกำลังเจ้าหน้าที่เข้ามาด้วย จึงไม่ขอพูดคุยด้วยเนื่องจากกังวลว่าจะถูกจับตัวไป พร้อมยืนยัน ไม่ได้ขัดคำสั่งของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เรื่องการยั่วยุ ปลุกปั่น เพียงแต่เป็นการชี้แจงเรื่องข้อเท็จจริงต่อสื่อมวลชนเท่านั้น และ หากมีหมายเรียกก็ยินดีที่จะเข้าพบเจ้าหน้าที่

สุดวิปริต! หนุ่มหื่นบุกข่มขืนวัวกลางวันแสกๆ

ลุงเจ้าของวัว เห็นเต็มตา ไอ้หนุ่มโรคจิต กำลังข่มขืนวัวสาว ตะโกนชาวบ้านช่วยจับ เปลือยกายวิ่งหลบหนีในห้องน้ำ เมื่อเวลา 11.00น. วันที่ 3 มี.ค. 60 ผู้สื่อข่าว จ.ลำปาง รายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์วิทยุ สภ.เขลางค์นคร อ.เมือง จ.ลำปาง ได้รับแจ้ง มีเหตุคนโรคจิตข่มขืนวัวของชาวบ้าน เหตุเกิดบริเวณทุ่งนา ท้ายหมู่บ้านร้อง ต.ชมพู อ.เมือง จ.ลำปาง จึงได้แจ้งสายตรวจตำบลชมพู ตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบว่า เจ้าของวัวและชาวบ้านได้ไล่ติดตามหนุ่มโรคจิต วิ่งหลบหนีในสภาพเปลือยกาย หลบซ่อนตัวภายในห้องน้ำ ของชาวบ้าน ซึ่งห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 100 เมตร

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถควบคุมตัวชายคนดังกล่าว อายุประมาณ 45 ปี เอาไว้ได้ ในสภาพเปลือยกายล่อนจ้อน ก่อนที่ชาวบ้านจะหากางเกงมาให้สวมใส่ จากการสอบถามผู้ต้องหาพูดจาให้การวกวน คล้ายคนสติไม่ดี ได้แต่พูดเพ้อออยู่ตลอดเวลา โดยพูดเพียงสั้นๆว่า “สุดยอดจริงๆ” ทำให้เป็นที่หวาดกลัวของชาวบ้าน เนื่องจากเกรงว่าชายคนดังกล่าว จะไปก่อเหตุทำมิดีกับบุตรหลานที่อยู่ในบ้านเรือน เนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงปิดเทอม

จากการสอบถามนายจรูญ อายุ 60 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของวัว เล่าว่า หลังจากช่วงค่ำเมื่อวานนี้ ได้ใช้เชือกมัดล่ามวัวรวมกัน ข้างทุ่งนา ซึ่งมีทั้งหมด 4 ตัว จนตอนเช้าวันนี้ ได้มาดูวัวเพื่อปล่อยให้หากินหญ้า เหมือนปกติทุกวัน แต่ต้องตกใจเมื่อเห็นชายโรคจิตคนดังกล่าว เปลือยกาย กำลังข่มขืนวัวเพศเมียต่อหน้าต่อตา เมื่อเห็นตนคนร้ายได้วิ่งหลบหนีในสภาพที่เปลือยกาย หลบหนีไปซ่อนตัวในห้องน้ำในบ้านของชาวบ้านห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 100 เมตร จนเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัว และประสานเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยนครลำปาง รับตัวส่งรักษาตัว ที่รพ.ลำปาง พร้อมประกาศหาญาติ เพื่อรับตัวกลับบ้านต่อไป ทั้งนี้เจ้าของวัว ไม่ติดใจเอาความแต่อย่างใด

‘จุมพล’ ให้การภาคเสธรุกป่าทับลาน – จนท.คุมฝากขังศาล

สอบนานกว่า 2 ชั่วโมง พล.ต.อ.จุมพล ให้การภาคเสธ สร้างบ้านพักรุกป่าทับลาน วังน้ำเขียว – คุมฝากขังศาลจังหวัดนครราชสีมา

วันนี้ 2 มี.ค. 60 พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยหลังการสอบปากคำ พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย ผู้ต้องหาตามหมายจับศาล ฐานรุกพื้นที่ป่าสงวน ในเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา กรณีสร้างบ้านพักตากอากาศในพื้นที่กว่า 13 ไร่ นานกว่า 1 ชั่วโมง 30 นาที โดยระบุว่าจากการสอบปากคำ พล.ต.อ.จุมพล ให้การภาคเสธ โดยยอมรับว่า มีบ้านพักตากอากาศอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลานจริง และส่วนรายละเอียดทางคดีขอให้การในชั้นศาล และหลังจากนี้จะควบคุมตัวไปขออำนาจศาลจังหวัดนครราชสีมา ฝากขังดำเนินคดี ต่อไป

อย่างไรก็ตาม ขณะที่เจ้าหน้าที่คุมตัว พล.ต.อ.จุมพล ห้องสอบสวนเพื่อขึ้นรถยนต์ออกจากกองปราบปราม พล.ต.อ.จุมพล มีสีหน้าค่อนข้างเคร่งเครียด ใช้เสื้อพยายามปิดบังใบหน้า โดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์ใด ๆ กับสื่อมวลชน ที่มารอติดตามความเคลื่อนไหว

ระทึก! รถบัสรับส่งพนง. ซิ่งชนกระบะ เจ็บระนาว เพื่อให้ทันไฟเขียว

ระทึก! รถบัสรับส่งพนักงาน ซิ่งชนรถกระบะ ทำคนได้รับบาดเจ็บ ทั้งหมด 20 คน สาเหตุมาจากเพื่อให้ทันไฟเขียว วันนี้ (2 มี.ค. 60) เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ สภ.พัฒนานิคม ลพบุรี ว่า เกิดอุบัติเหตุรถบัสรับส่งพนักงานชนกับรถยนต์กระบะ จนเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก บริเวณ ถนนสายลพบุรี-วังม่วง สี่แยกซอย 12 จึงประสานแพทย์เวร ฉุกเฉิน รพ.พัฒนานิคม อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูจุดพัฒนา เดินทางไปยังจุดเกิดเหตุ

จากการตรวจสอบจุดเกิดเหตุพบ รถบัสรับส่งพนักงาน สีม่วง หมายเลขทะเบียน 30-1150 ลพบุรี พลิกคว่ำลักษณะตะแคง มีผู้ได้รับบาดเจ็บส่วนใหญ่เป็นพนักงานผู้หญิง ร้องขอความช่วยเหลือ แพทย์ พยาบาล กู้ภัยฯ จึงเร่งทำการช่วยเหลือนำผู้ที่ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 20 คน ส่ง รพ.พัฒนานิคม ใกล้กันพบรถยนต์กระบะยี่ห้อ โตโยต้า วีโก้ หมายเลขทะเบียน บต-1012 นครนายก และ รถยนต์กระบะยี่ห้อ อีซูซุ หมายเลขทะเบียน บย-4747 พระนครศรีอยุธยา ถูกชนจนได้รับความเสียหายทั้งสองคัน

ด้านผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ขณะที่รถกระบะทะเบียน บต-1012 นครนายก กำลังจะมุ่งหน้าไป จ.สระบุรี ซึ่งมีรถกระบะทะเบียน บย-4747 พระนครศรีอยุธยา รอสัญญาณไฟสี่แยก รถบัสพนักงานที่ขับมาด้วยความเร็วสูงมุ่งหน้า อ.วังม่วง เพื่อที่จะให้ทันสัญญาณไฟเขียว ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันกับรถกระบะโตโยต้า ออกตัวจากสี่แยกพอดี จึงชนกันอย่างรุนแรง รถบัสเสียหลักพลิกคว่ำจนมีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ซึ่งมีนายสำรวย บำเพ็ญ อายุ 67 ปี ซึ่งนั่งหลังรถกระบะมาได้รับบาดเจ็บสาหัส ถูกนำตัวส่ง รพ.พระนารายณ์มหาราช แต่เนื่องจากทนพิษบาดแผลไม่ไหวได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา

ออกหมายเรียกข้าราชการซี 8 คดีข่มขืนเด็กหญิง 12 ปี

ความคืบหน้าแม่พาลูกสาว 2 คน เป็นเด็กหญิงอายุ 12 ปี และ เด็กหญิงอายุ 3 ขวบ เข้าแจ้งความถูกข้าราชการซี 8 ตำแหน่งผู้อำนวยการส่วนของหน่วยงานรัฐแห่งหนึ่งใน จ.เชียงใหม่ ข่มขืนกระทำชำเราและทำอนาจาร เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยผลตรวจร่างกายจากแพทย์ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ในเบื้องต้นพบว่า เด็กหญิงอายุ 12 ปี อวัยวะเพศมีร่อยรองการถูกข่มขืน

ล่าสุดวันนี้ 1 มี.ค. 60 พล.ต.ต.มนตรี สัมบุณณานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ระบุว่า ได้ออกหมายเรียกครั้งแรก ให้ข้าราชการรายนี้มาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน หากภายใน 1 สัปดาห์ยังไม่มาให้ปากคำก็จะออกหมายเรียกซ้ำอีก และหากครบ 2 ครั้งยังไม่มาให้ปากคำ ก็จะออกหมายจับต่อไป โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้รับการติดต่อจากข้าราชการรายนี้แต่อย่างใด ส่วนที่ผู้เสียหายเข้าร้องเรียนขอความคุ้มครองเพราะถูกคู่กรณีข่มขู่ และจะฟ้องกลับนั้น เจ้าหน้าที่ได้เข้าสู่ขั้นตอนการคุ้มครองเด็กและพยานปากสำคัญแล้ว โดยได้นำตัวแม่และเด็กมาอยู่ในที่ปลอดภัย

ขณะเดียวกันได้มอบหมาย พล.ต.ต.สรายุทธ สงวนโภคัย ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.เชียงใหม่ เข้ามาดูแลคดีนี้อย่างใกล้ชิด และประสานกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับคดีเด็กและเยาวชน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และนักจิตวิทยาเข้ามาทำงานร่วมกัน รวมทั้งมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ที่ทำคดีเกี่ยวกับเด็กและเยาวชน ของตำรวจภูธรภาค 5 ภูธรจังหวัดและสถานีตำรวจภูธรภูพิงคราชนิเวศน์ ร่วมกันทำงานในรูปแบบของคณะทำงานเพื่อสอบปากคำเด็ก และรวบรวมพยานหลักฐาน ทำสำนวนคดีให้รัดกุม

เพิ่มเสน่ห์! ก๋วยเตี๋ยวไทย ใส่ปิ่นโต พร้อมเสิร์ฟถึงบ้าน

แม่ค้าก๋วยเตี๋ยว จ.พิจิตร ไอเดียเก๋ นำก๋วยเตี๋ยวใส่ปิ่นโตพร้อมเสิร์ฟถึงบ้าน สร้างจุดขาย ลูกค้าชอบใจ แวะมาอุดหนุนอย่างคับคั่ง ที่ ตลาดเก่าวังกรด อำเภอเมืองพิจิตร มีร้านก๋วยเตี๋ยว ที่เปิดให้บริการลูกค้า ชื่อว่า ก๋วยเตี๋ยวปิ่นโต ต่าย ฮะ ซึ่งเปิดจำหน่าย ก๋วยเตี๋ยวไทย สูตรดั้งเดิม ก๋วยเตี๋ยวต้มยำพริกสด และ พริกเผา โดยจุดเด่นของทางร้านคือ จะใช้ปิ่นโตเป็นภาชนะใส่เครื่องปรุง และ เป็นภาชนะใส่ก๋วยเตี๋ยวที่ปรุงสดใหม่ๆ ให้กับลูกค้าที่มานั่งรับประทาน พร้อมบริการหิ้วก๋วยเตี๋ยวปิ่นโตส่งให้ลูกค้าถึงที่บ้าน ในราคา ปิ่นโตละ 25 บาท

นางจิตตานันท์ โพธิหิรัญ เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวปิ่นโต บอกว่า ร้านก๋วยเตี๋ยวนอกจากรสชาติจะอร่อยแล้ว ยังต้องสร้างจุดเด่นให้น่าจดจำด้วย ตนจึงมาคิดว่าจะใช้ภาชนะอะไรใส่ก๋วยเตี๋ยว ซึ่งช่วงแรกจะใช้กะลา แต่สั่งสินค้าไม่ทัน เลยหันกลับมามองปิ่นโต ซึ่งเป็นภาชนะที่อยู่คู่กับคนไทยมานาน แต่กลับลืมคุณค่า จึงเกิดแนวคิดนำกลับมาใช้ เนื่องจากปิ่นโต มีความแข็งแรงทนทาน เก็บความร้อนได้ดี รวมถึงการบริการลูกค้า ที่สะดวกในการส่ง

ด้านลูกค้า ต่างติดใจในรสชาติก๋วยเตี๋ยวไทย รวมถึงปิ่นโต บ้างก็บอกว่าทำให้นึกย้อนถึงวัยเด็ก ทั้งนี้ ร้านก๋วยเตี๋ยวปิ่นโต เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00 ถึง 15.00 น. ซึ่งร้านอยู่ที่หลังสถานีรถไฟวังกรด อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร