ระทึก! ไฟไหม้ร้านอะไหล่รถในปทุมฯ กลางดึก คนหนีตายเจ็บ2

เกิดเหตุไฟไหม้ร้านอะไหล่ยนต์ 4 ชั้น ใน จ.ปทุมธานี กลางดึก คนหนีตายเจ็บ 2 ราย มูลค่าเสียหายกว่า 10 ล้าน คาดไฟฟ้าลัดวงจร ล่าสุดปิดการจราจรชั่วคราว ร.ต.อ.อนวัตร แสนอินทร์ ร้อยเวรสอบสวน สภ.สวนพริกไทย ได้รับแจ้งมีเหตุเพลิงไหม้อาคารพาณิชย์ 4 ชั้น 5 คูหา โดยเหตุเกิดเพลิงไหม้ที่บริเวณ ร้านอุดมทรัพย์ขายอะไหล่ยนต์ จำนวน 4 คูหา นอกจากนี้ ยังติดกับร้านข้างเคียงอีก 1 คูหา เหตุเกิดบริเวณถนนปทุม-ติวานนท์ ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี โดยมีนายสายัณ นพขำ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบ้านกลางประสานรถดับเพลิงในพื้นที่ใกล้เคียง จำนวน 10 คัน เพื่อเร่งดับเพลิง พร้อมมูลนิธิร่วมกตัญญูและอาสาเวหาปทุมธานีช่วยเหลือ

โดยเจ้าหน้าที่ดับเพลิง และรถดับเพลิงจำนวน 10 คัน เร่งฉีดน้ำเพื่อควบคุมสถานการณ์ มีผู้ได้รับบาดเจ็บที่กระโดดหนีไฟมาจากตัวอาคารทางด้านหลังจำนวน 2 คน ทราบชื่อ นายประทีป อุดมรัตนวิช อายุ 40 ปี เจ้าของร้านอุดมทรัพย์อะไหล่ยนต์และภรรยา ทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูนำส่งโรงบาลปทุมธานีแล้ว ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังคงระดมดับเพลิงอยู่ ซึ่งมีเสียงระเบิดเป็นระยะๆ ซึ่งภายในร้านมีน้ำมัน และอะไหล่ยนต์ เป็นเชื้อเพลิง มูลค่าความเสียหายประมาณ 10 ล้านบาท

ด้าน นายกฤษณ์ อายุ 36 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์ กล่าวว่า ได้ยินเสียงว่าไฟไหม้จึงออกมาดู ก็พบเพลิงได้ลุกไหม้มาจากร้านอะไหล่ยนต์มีควันออกมาจำนวนมาก จึงได้เรียกเจ้าของร้านกันแต่ก็ไม่มีใครออกมา จนไฟได้ลุกลามไปยังคูหาข้างเคียงต่อมาเห็นเจ้าของร้านหนีควันไฟลงมา ส่วนเจ้าหน้าที่กำลังเร่งดับเพลิงเพื่อไม่ให้ลุกลามไปยังอาคารข้างเคียง คาดว่าสาเหตุของเพลิงไหม้ครั้งนี้มาจากไฟฟ้าลัดวงจร เมื่อเพลิงดับสนิทแล้วจะประสานพิสูตรหลักฐานเพื่อตรวจสอบหาสาเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง ขณะที่การจราจรบริเวณดังกล่าวยังคงติดขัด ล่าสุดเจ้าหน้าที่ ได้ปิดการจราจรชั่วคราว

ชาวบ้านที่พะเยาแห่รับทรัพย์ หลังลุยขุดหาแมงมันสร้างรายได้

ชาวบ้านในพื้นที่จังหวัดพะเยาต่างลุยขุดหาแมงมันสร้างรายได้ หลังมีราคาสูงกิโลกรัมละ 2,000 บาท เหตุเป็นของหายากอาหารยอดฮิตตามฤดูกาล วันนี้ (31 มี.ค. 60) ที่อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา ชาวบ้านจำนวนมากต่างพากันเดินเท้าลุยทุ่งไปหาขุดแมงมันตามจอมปลวก เพื่อหาเป็นรายได้พิเศษในช่วงนี้หลังจากไข่แมงมันมีราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 2,000 บาท

โดยนายเดช พรมเสน 1 ในชาวบ้านขุดหาไข่แมงมันออกขาย เผยว่าในช่วงนี้ไข่แมงมันเริ่มที่จะออกแล้วแต่ถ้าจะไม่มากเท่าไหร่นัก จึงต้องเว้นช่วงว่างในการหา ซึ่งการหาไข่แมงมันต้องอาศัยการสังเกต หากดินมีรอยพรุนๆ แสดงว่าจะมีแมงมันไข่อยู่ จากนั้นจะเสาะหารูเพื่อทำการขุดเข้าหาหลุมที่แมงมันอาศัยอยู่ โดยไข่แมงมันจะได้ปริมาณตามขนาดหลุม หากเจอหลุมใหญ่ก็จะได้ไข่แมงมันปริมาณมากเป็นพิเศษ ซึ่งก็ถือว่าสร้างรายได้ให้เป็นอย่างดีในช่วงนี้ ทั้งนี้หลังจากได้ไข่แมงมันมาแล้วยังขายไม่ได้โดยทันที ต้องนำมาล้างโดยการร่อนด้วยน้ำสะอาด กับผ้าขาวบาง เพื่อล้างดินโคลนที่ติดปะปนมากับแมงมันและไข่ออก จากนั้นก็จะนำออกมาจำหน่ายหรือนำมารับประทาน ซึ่งจะขายโดยการใช้ถ้วยขนาดเล็กตวง ราคาอยู่ที่ถ้วยละ 20-30 บาท อยู่ที่ไข่มากหรือน้อย

โดยในช่วงนี้ชาวบ้านสนใจที่จะหามารับประทานกันเป็นอย่างมาก โดยจะนำมาประกอบอาหารได้หลากหลายชนิดทั้งเจียวใส่ไข่ แกง กับผักหลาย ซึ่งชาวบ้านทางเหนือส่วนใหญ่เชื่อว่าในปีหนึ่งๆ จะหาโอกาสกินไข่แมงมันได้สักครั้งถึงแม้ว่าสนนราคาจะแพงมาก แต่ก็จะเสาะหาเพื่อนำมารับประทานกัน

ชาวอ่างทอง จับหนูนาขาย สร้างรายได้ บางครั้งต้องสั่งจอง

ชาวอ่างทอง จับหนูนาขาย สร้างรายได้งามวันละ 200-400 บาท พบมีคนมารับซื้อถึงที่ บางครั้งต้องสั่งจองล่วงหน้า

ชาวบ้านใน ต.ราชสถิตย์ อ.ไชโย จ.อ่างทอง จับหนูนาขายสร้างรายได้วันละ 200-400 บาท โดยมีพ่อค้ามารับซื้อถึงบ้าน ในราคาขายหนูนาสด กิโลกรัมละ 100 บาท บางครั้งต้องมีการสั่งจองล่วงหน้า นายสมพงษ์ ศิริสุข อายุ 63 ปี ชาวบ้าน ต.ราชสถิตย์ เปิดเผยว่า ตนเองเป็นข้าราชการเกษียณ ได้ออกหาหนูนาขายเป็นอาชีพเสริม แต่ต้องใช้ความขยัน อดทนและสำคัญต้องมีความรู้ความชำนาญในการดูทางเดินของหนู ทั้งนี้การจับหนูนาขายถือเป็นอาชีพหนึ่งที่สร้างรายได้อย่างงาม

วิธีการก็ใช้ไม้ไผ่ มาผ่าเป็นท่อนแล้วเหลาทำเป็นคันดักหนู กว้าง 2 เซนติเมตร สูงประมาณ 90 เชนติเมตร ผูกด้วยลวดทำเป็นบ่วงสำหรับดักหนูประมาณ 100 อัน พร้อมทำการติดธงสัญลักษณ์ให้โดดเด่นเพื่อสะดวกในการเก็บ โดยจะนำหนูนาที่ได้ มาทำความสะอาด แต่ละวันจะมีรายได้ประมาณ 200-400 บาท ช่วงไหนที่มีหนูนาชุกชุมก็จะมีรายได้เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ถือเป็นอีกวิธีที่ช่วยชาวนากำจัดหนูและสร้างรายได้เสริมเลี้ยงครอบครัวอีกทางหนึ่ง

สยอง!! หนุ่มต่างชาติ โดดจากอาคารผู้โดยสาร สุวรรณภูมิดับ

เกิดเหตุชายชาวต่างชาติโดดบันไดเลื่อนชั้น 4 สนามบินสุวรรณภูมิตกลงมาชั้น 1 ก่อนเสียชีวิตที่รพ. ด้าน ผอ.สุวรรณภูมิ ยัน สนามบินมีความปลอดภัย แต่การเกิดอุบัติเหตุดังกล่าวเป็นการป้องกันได้ยาก

รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาได้เกิดเหตุสุดระทึกขึ้นภายในอาคารผู้โดยสารสนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อมีชาวต่างชาติรายหนึ่งเพศชายได้กระโดดจากชั้น 4 ของอาคารลงมาด้านล่างได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนจะเสียชีวิตในเวลาต่อมาขณะถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ชาวต่างชาติกระโดดจากชั้น 4 อาคารผู้โดยสารสุวรรณภูมิ ก่อนทราบชื่อต่อมาคือ นายอาลัน พอล ไกรมส์ (MR. ALAN PAUL GRIMES ) อายุ 32 ปี ถือหนังสือเดินทาง 2 เล่ม สัญชาติออสเตรเลีย เลขที่ PA 4422676 และสัญชาติไอซ์แลนด์ เลขที่ PB 8219497 ส่วนสาเหตุนั้นอยู่ระหว่างการสอบสวน

ทั้งนี้จากเหตุที่เกิดขึ้น ทางด้านนายศิโรตม์ ดวงรัตน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ก็ได้เปิดถึงเหตุที่เกิดขึ้นว่าจากอุบัติเหตุดังกล่าวถือว่าเป็นเหตุสุดวิสัย เพราะทางกายภาพของสนามบินสุวรรณภูมิมีความปลอดภัยเป็นปกติ มีกระจกกันทางเดิน ซึ่งการเกิดอุบัติเหตุขึ้นเองเป็นเรื่องที่ยากที่จะป้องกันได้

อุทาหรณ์! ชายนอนดูทีวี สำลักข้าวดับคาเตียง เพื่อนบ้านรู้อีกทีเป็นศพ

ชายชาวอุทัยธานี นอนดูทีวีเกิดสำลักอาหารเสียชีวิตคาเตียง เพื่อนบ้านรู้อีกทีเป็นศพ วานนี้(28 มี.ค.) ร.ต.อ.สมชาย เหล่าอินทร์ พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองอุทัยธานี พร้อมด้วยนายแพทย์ วิเชียร ภิยโยทัย รุดเข้าที่เกิดเหตุ บ้านเลขที่ 8 ถนนมหาราช ตำบลอุทัยใหม่ อำเภอ.เมือง จังหวัดอุทัยธานี

หลังได้รับแจ้งว่า มีคนนอนเสียชีวิตหาเตียงมีร่องรอยอาเจียนออกมา ที่เกิดเหตุ เป็นบ้าน ครึ่งปูนครึ่งไม้ พบนายศิลป์ชัย อายุ 55 ปี นอนเสียชีวิตคาเตียง สอบถามจึงทราบว่า ผู้ตายนั้นมีอาชีพขับรถของบริษัทแห่งหนึ่ง ข้างที่นอนพบขวดเหล้า บุหรี่ 2 ซอง บริเวณบ้านยังพบขวดเหล้าที่ดื่มหมดแล้วจำนวนมาก ด้านนายแพทย์วิเชียร ได้ทำการชันสูตรศพ พบว่ามีอาหารคาอยู่ในปากผู้ตาย และลิ้นของผู้ตายมีร่องรอยการกัด หรือมีร่องรอยของการชักก่อนเสียชีวิต จึงลงความเห็น ว่าสาเหตุการตายน่าจะเกิดจากสำลักอาหารเวลานอน

ขณะที่ ร.ต.อ.สมชาย ได้สอบถามเพื่อนบ้าน พบว่า ก่อนเสียชีวิตนั้น นายศิลป์ชัย ได้เปิดโทรทัศน์นอนดูตามปกติ เหมือนทุกวัน เมื่อเห็นว่าผู้ตายเปิดโทรทัศน์ทิ้งไว้และไม่ยอมปิดบ้านตั้งแต่เมื่อคืน จึงคิดว่าผิดปกติเพราะเวลานายศิลป์ชัย จะนอนต้องปิดบ้านก่อนทุกครั้ง เมื่อเข้ามาดู ก็พบว่านายศิลป์ชัย นอนเสียชีวิต มีร่องรอยสำลักอาหารอาเจียนออกมา โดยนายศิลป์ชัยนั้นมักจะดื่มสุราเป็นประจำ เมื่อเวลาดื่มก็ไม่เคยมีปากเสียงหรือทะเลาะกับใคร

ผงะ! หนุ่มพัทลุง พบกองทัพตะเข็บนับหมื่นแห่เข้าบ้าน

พัทลุง กองทัพตะเข็บนับหมื่นตัว แห่เข้าบ้าน ต.คลองใหญ่ อ.ตะโหมด ต้องเร่งกวาดทิ้งหวั่นเข้าหูเด็ก วันนี้(29 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีกองทัพตะเข็บนับหมื่นตัวแห่เข้าบ้าน สร้างความเดือนร้อนและรำคาญอย่างหนัก

เนื่องจากหวั่นตะเข็บจะเข้าหูทารก ต้องเร่งกำจัดโดยการกวาดและฉีดพ่นด้วยน้ำมัน นายสุริยัน แว่นนาค อายุ 32 ปีอยู่บ้านเลขที่ 3 ม.7 ต.คลองใหญ่ อ.ตะโหมด จ.พัทลุง ชาวบ้านผู้ถูกกองทัพตะเข็บบุก กล่าวว่า เกิดมาประมาณ 1 อาทิตย์แล้ว และเพิ่มจำนวนมากขึ้นเมื่อ 2 วันที่ผ่านมา โดยเฉพาะวันนี้ตะเข็บจะขึ้นมาจากดินคลานไต่ขึ้นตามกำแพง ฝาผนังบ้าน และส่วนหนึ่งได้คลานเข้ามาในบ้าน ตนต้องคอยกวาดเอาไปทิ้งอย่างต่อเนื่อง ส่วนที่กำแพงและฝาผนังบ้านต้องใช้น้ำมันเบนซินฉีดพ่นและเผาทำลาย

นายสุริยัน ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า กองทัพตะเข็บจะโผล่ขึ้นมาจากดินในช่วงเช้าและก่อนเที่ยงส่วนหนึ่งกลับลงสู่ดิน ส่วนที่เหลือจะคลานเข้ามาในบ้านเพื่อหาที่ร่มหลบแดด ตนเป็นห่วงตะเข็บจะคลานเข้าหูลูกน้อยวัย 8 วัน บางครั้งต้องอุ้มมานอนเล่นหน้าทีวี ซึ่งสร้างความเดือดร้อนและรำคาญอย่างหนัก

พบบัตรป่วยทางจิตสาวยิงเจ้าอาวาสรัว 6 นัดหลังถูกบังคับทำแท้ง

พบบัตรป่วยทางจิตสาวยิงเจ้าอาวาสรัว 6 นัดหลังถูกบังคับทำแท้ง เผยรักษาอาการทางจิตมาได้ 3 เดือน ความคืบหน้าเหตุหญิงสาวใช้อาวุธปืนยิง พระณัฐพล จิตรจำนงค์ อายุ 42 ปีเจ้าอาวาส วัดอารีทวีวนาราม บ้านหนองอีดุก หมู่ที่ 5 ต.ดงคอน อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท

ล่าสุด ร.ต.อ.วิโชคชัย อ่อนละมัย ร้อยเวรเจ้าของคดีเปิดเผยว่า การตรวจสอบในตัวหญิงที่ก่อเหตุพบบัตรประจำตัวผู้ป่วยทางจิตเวชโรงพยาบาลจิตเวชนนครสวรรค์ ระหว่างการสอบปากคำผู้ก่อเหตุพูดจาวกวน ยืนยันว่ามีสัมพันธ์กับเจ้าอาวาส ปืนที่ใช้ก่อเหตุรับจำนำมาจากคนอื่น หลังจากนี้ต้องนำตัวส่งไปตรวจสุขภาพจิตและตรวจสอบว่าตั้งครรภ์จริงหรือไม่

ขณะที่มารดาของผู้ก่อเหตุให้การว่า ลูกสาวรักษาอาการทางจิตมาได้ 3 เดือนกว่าแล้วหลังจากลูกสาวเริ่มมีอาการทางประสาท มักจะบอกว่ามีเสียงดังในหัวและบอกให้ฆ่าตลอดเวลา โดยลูกสาวมักจะเก็บตัวเงียบอยู่แต่ในห้องนอน แต่เช้าวันนี้ได้แอบขโมยรถยนต์ออกมา จนมาทราบว่าลูกสาวมาก่อเหตุดังกล่าว พร้อมยืนยันว่าลูกสาวไม่เคยมีเรื่องกับเจ้าอาวาสมาก่อน มีรายงานเพิ่มเติมว่าอาการของเจ้าอาวาสวัด ปลอดภัยแล้ว เนื่องจากกระสุนไม่ถูกจุดสำคัญซึ่งตำรวจรอให้อาการดีขึ้นก่อน จึงจะสอบสวนข้อเท็จจริงต่อไป

เกลี้ยงแผง! คอหวยนครพนม แห่ซื้อเลขเด็ด ทะเบียนรถนายกฯ

พบบัตรป่วยทางจิตสาวยิงเจ้าอาวาสรัว 6 นัดหลังถูกบังคับทำแท้ง เผยรักษาอาการทางจิตมาได้ 3 เดือน ความคืบหน้าเหตุหญิงสาวใช้อาวุธปืนยิง พระณัฐพล จิตรจำนงค์ อายุ 42 ปีเจ้าอาวาส วัดอารีทวีวนาราม บ้านหนองอีดุก หมู่ที่ 5 ต.ดงคอน อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท

ล่าสุด ร.ต.อ.วิโชคชัย อ่อนละมัย ร้อยเวรเจ้าของคดีเปิดเผยว่า การตรวจสอบในตัวหญิงที่ก่อเหตุพบบัตรประจำตัวผู้ป่วยทางจิตเวชโรงพยาบาลจิตเวชนนครสวรรค์ ระหว่างการสอบปากคำผู้ก่อเหตุพูดจาวกวน ยืนยันว่ามีสัมพันธ์กับเจ้าอาวาส ปืนที่ใช้ก่อเหตุรับจำนำมาจากคนอื่น หลังจากนี้ต้องนำตัวส่งไปตรวจสุขภาพจิตและตรวจสอบว่าตั้งครรภ์จริงหรือไม่

ขณะที่มารดาของผู้ก่อเหตุให้การว่า ลูกสาวรักษาอาการทางจิตมาได้ 3 เดือนกว่าแล้วหลังจากลูกสาวเริ่มมีอาการทางประสาท มักจะบอกว่ามีเสียงดังในหัวและบอกให้ฆ่าตลอดเวลา โดยลูกสาวมักจะเก็บตัวเงียบอยู่แต่ในห้องนอน แต่เช้าวันนี้ได้แอบขโมยรถยนต์ออกมา จนมาทราบว่าลูกสาวมาก่อเหตุดังกล่าว พร้อมยืนยันว่าลูกสาวไม่เคยมีเรื่องกับเจ้าอาวาสมาก่อน มีรายงานเพิ่มเติมว่าอาการของเจ้าอาวาสวัด ปลอดภัยแล้ว เนื่องจากกระสุนไม่ถูกจุดสำคัญซึ่งตำรวจรอให้อาการดีขึ้นก่อน จึงจะสอบสวนข้อเท็จจริงต่อไป

พบเหล้าขาวสีฟ้า เจ้าหน้าที่โรงงานผลิตสุรา มึน!! ยังไม่ทราบสาเหตุ

พบเหล้าขาวสีฟ้า เจ้าหน้าที่โรงงานผลิตสุรารุดขอขวดสุรานำกลับไปตรวจสอบ มึน ไม่ทราบสาเหตุ ระบุเป็นเคสแรก ไม่เคยเจอมาก่อน ความคืบหน้า กรณีที่ นายนพคุณ พิมพ์เสน อายุ 37 ปี เจ้าของร้านโชว์ห่วย บ.ไพรพยัคฆ์ ต.เทพรักษา อ.สังขะ จ.สุรินทร์ พบสุราขาว ขวดเล็กยี่ห้อดังยี่ห้อหนึ่ง ซึ่งมีโรงงานผลิตอยู่ในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ มีความแปลกประหลาด คือมีน้ำน้ำสุราเป็นสีฟ้า ซึ่งปกติแล้วจะเป็นน้ำใสๆ แตกต่างจากเหล้าขาวหรือสุราปกติที่มีจำหน่ายอยู่ทั่วไป

ล่าสุดวันนี้ (27 มี.ค.60) เจ้าหน้าที่ของบริษัทโรงงานผลิตสุราขาว ตั้งอยู่ในพื้นที่ อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ ซึ่งไม่ขอเปิดเผยชื่อ ได้ลงพื้นที่ไปพบกับนายนพคุณ เพื่อขอขวดสุราขาวที่บรรจุน้ำสุราสีฟ้ากลับไปตรวจสอบแล้ว ซึ่ง นายนพคุณ ระบุว่า เจ้าหน้าที่บอกว่าไม่เคยพบน้ำสุราสีฟ้ามาก่อน ขวดนี้เป็นเคสแรก และยังไม่ทราบว่าเกิดจากสาเหตุอะไร จะนำกลับไปตรวจสอบทางเคมีที่โรงงานก่อน แล้วจะแจ้งให้ทราบซึ่งต้องใช้เวลาสักระยะ พร้อมกับเปลี่ยนขวดสุราขาวขวดเล็กให้คืน และยังแถมให้อีก รวม 6 ขวด และแจ้งกับตนว่า หากพบสุราเป็นสีฟ้าอีกให้เก็บไว้ให้ด้วย ไม่ต้องออกข่าวเพราะจะมีผลกระทบกับธุรกิจก่อนจะเดินทางกลับ เจ้าของร้านนิวกันเอง เปิดเผยอีกว่า สำหรับสุราขาวดังกล่าวบรรจุในลังรวมกัน 24 ขวด หรือ 2 โหล ถ้านำมาขายปลีก จะขายในราคาขวดละ 55 บาท

ต่อมาจ้าหน้าที่ของ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สุรินทร์ สาขาปราสาท ได้นำเจ้าหน้าที่เดินทางไปยังร้านดังกล่าว เพื่อขอตรวจดูขวดสุราดังกล่าว แต่ไม่ทันเนื่องจาก เจ้าหน้าที่โรงงานผลิตสุราขาว ได้นำขวดสุราดังกล่าวกลับไปตรวจสอบก่อนแล้ว

สลด!! ยายวัย 82 ปี ถูกฝูงสุนัขรุมขย้ำจนเสียชีวิต

ยายวัย 82 ปี ถูกพิทบูล และสุนัขพันธ์ุไทย 4 ตัว รุมกัดเสียชีวิต ที่จันทบุรี รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (27 มี.ค. 60) ได้เกิดเหตุสุดสยองขึ้นที่ จ. จันทบุรี เมื่อมีคุณยายวัย 82 ปี คนหนึ่งต้องจบชีวิตลง หลังจากถูกฝูงสุนัขทั้งไทยและเทศรุมขย้ำจนเสียชีวิต ทราบชื่อผู้ตายต่อมาคือ นางพราหม โชติวรรณ อายุ 82 ปี บ้านตรอกนองล่าง ต.ตรอกนอง อ.ขลุง จ.จันทบุรี

ทั้งนี้จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้เดินผ่านหน้าบ้านนายทองอินทร์ โชติวรรณ ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน จากนั้นสุนัขพันธุ์พิตบูล ที่เป็นสัตว์เลี้ยงในบ้านได้วิ่งออกมากัดนางพราหมจนล้มลง ก่อนที่ฝูงสุนัขพันธุ์ไทยจะวิ่งเข้ามาขย้ำซ้ำจนผู้ตายหมดสติจมกองเลือด ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์จึงเร่งเข้าช่วยเหลือ และแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยให้นำตัวส่งโรงพยาบาล แต่ไม่ทันการนางพราหมได้เสียชีวิตในเวลาต่อมาเนื่องจากถูกฝูงสุนัขรุมกัดจนเส้นเลือดใหญ่ขาด

ขณะที่นายทองอินทร์ ซึ่งเป็นเจ้าของสุนัขที่ก่อเหตุได้ทราบเรื่องแล้ว และขอรับผิดชอบต่อเหตุที่เกิดขึ้น และจะแก้ปัญหาด้วยการทำกรงขังและล่ามสุนัขไว้ตลอดเวลา เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุขึ้นซ้ำในลักษณะนี้อีก อย่างไรก็ดีในช่วงที่ผ่านมา ผู้ตายเคยถูกสุนัขพิทบูลกัดมาแล้ว 2 ครั้ง มีบาดแผลแค่ถลอก ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 และเสียชีวิตในที่สุด
เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้แจ้งข้อหาปล่อยปละละเลย ประมาท ทำให้สัตว์เลี้ยงที่เลี้ยงไว้ ไปทำร้ายผู้อื่นจนถึงแก่ความตายแก่นายทองอินทร์ ก่อนจะส่งเรื่องดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป